ประวัติโรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา
ประวัติ - ประวัติต่าง ๆ
--------------------------------------------------------------------------------
ประวัติโรงเรียนหญิงในจังหวัดสงขลา เริ่มตั้งแต่พระยาสุขุมนัยวินิจ สมุหเทศาภิบาล (เจ้าพระยายมราช ปั้น สุขม) ได้นำครูเทียบมาเป็นครูใน พ.ศ. 2449 นัยว่าพระยาสุขุมฯ รวบรวมเงินบริจาคพ่อค้า ข้าราชการ ให้เป็นเงินเดือน แต่ได้รับอุปการะอยู่ราว 6 เดือน พระยาสุขุมฯ ย้ายกลับไปกรุงเทพฯ ครูเทียบต้องไปเช่าห้องแถว ถนนนครใน ทำการสอน (สอนคนเดียว) และเก็บค่าเล่าเรียน (ราวเดือนละ 2 สลึง)
เมื่อพระยาวิฑูรดรุณกร (วารี ชิตวารี) มาเป็นกรรมการมณฑล เมื่อ พ.ศ.2458 จึงได้ครูนิล รุจิธรรม มาเป็นครู (ได้เงินเดือนหลวง) สอนที่บ้านพระยาอรรถกวีสันทร อัยการจังหวัด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2459 ในวันเปิดเรียนมีนักเรียนชาย 20 คน
ในปี พ.ศ. 2464 พระยาสุริยวงศ์ประวัติ พระยาวิทูรดรุณกร ได้จัดการสร้างอาคารเรียนในที่ดินวัดแจ้ง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว นับเป็นอาคารเรียนหลังแรกของวรนารีเฉลิม ประวัติแน่ชัดของโรงเรียนจึงเกิดขึ้นที่นี่ ในปีนั้นสมเด็จพระน้องยาเธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมขุนลพบุรีราเมศวร์ ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระมาตุจฉาเจ้า ซึ่งเสด็จประพาสสงขลา ได้ทรงเปิดโรงเรียนและพระราชทานนามโรงเรียนว่า "วรนารีเฉลิม" พร้อมพระราชทานตรา "กรอบพักต์" เป็นตราประจำโรงเรียนและทรงปลูกต้นพิกุลเป็นที่ระลึก
ต่อมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2482 พลเรือตรีหลวงสินธุสงครามชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไ ด้มาตรวจราชการจังหวัดสงขลา ได้เห็นความเจริญก้าวหน้า มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งยังมีแผนกฝึกหัดครูประกาศนียบัตรและครูมูล สถานที่เดิมคับแคบไป ควรหาสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ ทางจังหวัดมีพระยารามราชภักดี เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดและขุนศิลปกรรมพิเศษ (แปลก ศิลปกรรม พิเศษ) เป็นกรรมาธิการจังหวัด เลือกที่ดินริมถนนปละท่าตรงข้ามวัดสระเกษ สร้างอาคารเรียนตึก 2 ชั้น ราคา 43,700 บาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว ย้ายนักเรียนออกจากโรงเรียนเดิมมาเรียนที่ใหม่ ทำพิธีเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 ในสมัย ม.ล.ประชุมพร ไกรฤกษ์ เป็นอาจารย์ใหญ่
อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนนี้ได้ถูกรื้อถอนไป เมื่อ พ.ศ. 2522 เพราะสภาพชำรุดและทรุดโทรมมาก ได้เป็นอาคารเรียนของศิษย์ ว.ฉ. อยู่ร่วม 38 ปี และได้รับเงินงบประมาณ ปี พ.ศ. 2533 จำนวน 6,360,000 บาท สร้างอาคารเรียน 4 ชั้นขึ้นแทน ในสมัยอาจารย์อาภรณ์ สาครินทร์ เป็นผู้อำนวยการ
โรงเรียนวรนารีเฉลิม ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีเด่น รับรางวัลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงมอบหมายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นผู้ราชทานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2529
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 ฯพณฯพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีมาตรวจราชการจังหวัดหวัดสงขลา ได้มอบเงินสด 1 แสนบาท เพื่อก่อตั้งมูลนิธิ "ขยัน ติณสูลานนท์" โรงเรียนวรนารีเฉลิม มีผู้บริจาคสมทบได้ก่อตั้งมูลนิธิ รวมทั้งสิ้น 306,000 บาท
ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ได้ทรงพระกรุณาฯรับโรงเรียนวรนารีเฉลิมไว้ในอุปถัมภ์ ยังความชื่นชมยินดีให้แก่ชาววรนารีเฉลิม หาที่เปรียบมิได้
สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของชาววรนารีเฉลิมเป็นอย่างยิ่ง คณาจารย์วรนารีเฉลิมทุกคนได้ตั้งปณิธาน ที่จะดำเนินทุกอย่างท่ดีที่สุด ทั้งในด้านการเรียนการสอน การอบรมจริยธรรมแก่นักเรียน การให้บริการแก่ชุมชนเพื่อรักษาเกียรติยศอันสูงสุดไว้คงอยู่คู่กับชื่อพระราชทาน "วรนารีเฉลิม" ตลอดไป
ต่อไปนี้เป็นการคัดเอาเรื่องการเปิดโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดสงขลา จากวิทยาจารย์เล่มที่ 22 ตอนที่ 11 ลงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2465 ซึ่งเป็นข้อความในคำกราบบังคมทูลของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯและพระราชดำรัสตอบ จะเป็นประวัติตอนหนึ่งของโรงเรียนอย่างดียิ่ง
วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2464 เจ้าพนักงานได้ตกแต่งคฤหสถานและพลับพลายก ในบริเวณโรงเรียนด้วยธงไตรรงค์ ประกอบด้วยดอกไม้สด จัดห้องมุขเป็นห้องพิธีตั้งเครื่องบูชาและอานิสงส์พร้อมสรรพ
วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2464 เวลา 5 นาฬิกาหลังเที่ยง สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้า พระบรมราชเทวี เสด็จจากตำหนักเขาน้อย ขึ้นสู่พลับพลายก กองลูกเสือมณฑลนครศรีธรรมราชที่ 1 มหาวชิราวุธ ซึ่งตั้งแถวเป็นกองเกียรติยศ กระทำวันทยาวุธ แตรเดี่ยวเป่าเพลงถวายคำนับสองจบ ภรรยาข้าราชการและข้าราชการ พร้อมด้วยนักเรียนสตรีเฝ้าตามลำดับ พอเวลาสมควรนายพลโทสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนลพบุรีราเมศวร์ อุปราชมลฑลปักษใต้กราบบังคมทูลอันเชิญสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้า บรมราชเทวี ทรงเป็นประธานในการฉลองโรงเรียน มีพระโนมคุณมุนีเป็นประธานเจริญพุทธมณฑล จบแล้วเสด็จลาจากโรงเรียน ทรงปลูกต้นพิกุลที่สนามหน้าโรงเรียนเป็นฤกษ์ แล้วสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอนั้นทรงปลูกต่อรวม 7 ต้น เสร็จแล้วเสด็จกลับ
ในคืนนั้น สมเด็จพระน้องยาเธอพระองค์นั้น โปรดให้มีการมหรสพ คือ มโนราห์โรงหนึ่ง หนังตะลุงโรงหนึ่ง เป็นการเสร็จ